ความมั่นใจในชีวิต
posted on 10 Aug 2009 20:21 by ga-ost in LIFE
เรื่องเรียนกับอะไรหลายๆอย่าง
ผมไม่แน่ใจว่าผมมีปัญหาที่ตรงไหนมันมักจะเป็นปัญหาเรื้อรังที่ผมแก้ไม่ได้
ปัญหาหลักๆของผมอาจจะเป็นเรื่องความเชื่อมั่นในตัวเอง ที่มันพังทลายไปตั้งแต่ม.4
และเป็นบ่วงกรรมมายันปัจจุบันนี้
จริงอยู่ที่ว่าม.4เกรดผมดีขึ้นจากม.ต้น ในขณะที่คนอื่นๆส่วนใหญ่เกรดแย่ลง
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ลำดับในห้องของผมก็ยังอยู่ต่ำถึงระดับที่ผมไม่เคยอยู่มาก่อน
นั่นคืออันดับที่ 27 /32 (คน )
สภาพแวดล้อมของห้องนี้น่ากลัวกว่าที่คิด ถึงผมจะไม่มีปัญหาอะไรกับสังคมและห้องคิงนี่
(ที่ถูกเรียกตามอำเภอใจของครูและนักเรียนห้องอื่น)
ทุกคนก็เป็นเพื่อนที่ดีและเล่นอะไรปัญญาอ่อนไม่ต่างกับห้องอื่น
(อย่างเช่น เล่นลูกโป่งน้ำข้ามห้อง เล่นไพ่ เอาหม้อไฟมาเสียบแดกสุกี้กันหลังห้อง เป็นต้น)
แต่ที่ว่าน่ากลัวก็คือ ระดับสติปัญญาและความมั่นใจในตัวเองของคนในห้องนี้
ผมเพิ่งจะซึ้งเมื่อไม่นานมานี้ ว่าคนเก่งนอกจากอัจฉริยะพระเจ้าสร้างแล้ว
มันยังเกิดขึ้นได้จากความมั่นใจด้วย
ไม่ว่าจะแสดงออกมาหรือไม่ พวกเขามักจะทำในสิ่งที่ตัวเองมั่นใจได้ดี และเมื่อทำได้ดีแล้ว
คราวต่อๆไปพวกเขาก็จะไม่อยากตกลงมาจากที่สูง
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่มีความมั่นใจ นั่นก็คือ สิ่งที่พวกเขาคลางแคลงใจว่าตัวเองจะทำไม่ได้
นั่นทำให้พวกเขาไม่อยากทำ ส่งผลทำให้วิชานั้นไม่ดีเท่าวิชาอื่น
คนเรามักจะมีสิ่งที่เก่งและไม่เก่ง แต่ความมั่นใจมีผลกับมันยิ่งกว่าระดับสติปัญญาที่ฟ้าประทาน
ผมพลาด...ตั้งแต่ก้าวแรก
ผมจำได้ครั้งแรกที่ได้คะแนนน่าเกลียดที่สุดในชีวิตตอนที่สอบเก็บคะแนนชีวะหนแรก
ผมถึงกับน้ำตาตก แล้วนั่นก็ดันไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ผมร้องไห้ให้คะแนนตัวเอง
หลายต่อหลายครั้ง อีกหลายวิชา การอยู่ที่ต่ำนานๆทำให้เราลืมไปว่าเคยมั่นใจในตัวเองยังไง
ผมเคยประกาศในบล็อคนี้ด้วยซ้ำก่อนที่จะสอบย้ายสายมาสายวิทย์ว่าผมต้องทำได้
แต่ผมพลาดเร็วเกินไป สอบหนแรกไม่มีดีเลยซักวิชาเดียว และอันดับท้ายๆนั่นยิ่งกดผมลงไปทำให้รู้สึก
เหมือนตัวเองไม่มีวันจะไต่ขึ้นไปได้อีกแล้ว
การแข่งขันมันก็น่ากลัวตรงนี้(สำหรับคนอ่อนแออย่างผมน่ะ...) บางทีผู้แพ้ซ้ำๆซากๆก็จะไม่ได้เรียนรู้อะไร...
ถึงแม้ว่าผมจะตะเกียกตะกายมาจนถึงตอนนี้ แต่ทุกครั้งที่ผ่านมาอันดับและคะแนนของผมตกลงไปเรื่อยๆ
จนบ๊วยห้อง(จนได้)
ทั้งกลัว ทั้งแขยง ทั้งไม่กล้า ทั้งคลางแคลงในตัวเอง ความรู้สึกพวกนี้ตอนนั่งอ่านหนังสือทำให้
ผมไม่มีสมาธิจะอ่านเท่าไรนัก
ผมเคยตัดสินใจว่าจะเชื่อในตัวเองอีกครั้งแล้วทุ่มกับมัน กลับกลายเป็นว่าการเปรียบเทียบที่เลี่ยงไม่ได้
ทำให้ผมทรุดลงไปอีกครั้ง
ในขณะที่ผมมั่นใจว่าตัวเองจำได้หมดแล้ว ตอนทำข้อสอบกลับมีแต่เรื่องผิดพลาด...
สุดท้ายคะแนนที่ออกมากลับต่ำกว่าคนที่พึ่งจะอ่านก่อนเข้าห้องสอบ
หรือคนที่ไม่ได้อ่านมาซักแดง หรือคนที่ไปทำกิจกรรมโรงเรียนมาแล้วมีเวลาสอบแค่20นาทีเท่านั้น...
หรือ การตกในวิชาที่อาจารย์ที่ผมรักที่สุดสอน...เขามักจะเอาใจใส่กับนักเรียนโดยเฉพาะพวกสมองกลวงอย่างผม...
ในขณะที่รองบ๊วยได้8.5 ผมกลับได้แค่4คะแนนจากทั้งห้อง....
แล้วเขาก็ปัดคะแนนให้ผม...แบบ...ที่ผมไม่อาจเดาความรู้สึกเขาได้
มิดเทอมที่ผ่านมาผมเสียสมุดฉีกของโรงเรียนไปทั้งเล่ม กระดาษหนากว่าสามสิบแผ่นเอสี่
ผมเอาไปใช้คัดสอบซ่อมทุกวิชาเยี่ยงเครื่องซีรอกซ์(5555)
สุดท้ายผมก็เอาแต่หนีความจริงมาตลอด จนกระทั่งไม่อ่านหนังสือเลยเพราะรู้ผลอยู่แก่ใจ
"ไม่มีคำว่าไม่พยายามหรอก มีแต่พยายามไม่พอ"
หลายคนพูดกับผมแบบนั้น
ถึงจะเจ็บใจแต่ผมก็ต้องยอมรับมัน...
ถึงตอนนี้ ผมก็ยังไม่มีอะไรที่ผมมั่นใจในตัวเองเลย แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป
ผมต้องแพ้ไปตลอดชาติแหงๆ
การเปรียบเทียบเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ ปัญหาก็มีแค่ผมอ่อนไหวเกินไป
ระหว่างที่รอผลการตัดสินชีวิตจากGATPATรอบสอง มันผ่านไปแล้วแบบที่ผมไม่สามารถไปแก้ไขอะไรได้อีก
ใจผมก็อยู่ไม่นิ่ง ไม่มีความมั่นใจอะไรเหลืออีกแล้วขณะที่อยู่ท่ามกลางคนที่มั่นใจในตัวเองมากมาย
อาจจะยังไม่สายไปที่จะลองเชื่อในตัวเอง
"มันก็แค่นี้เอง"
หวังว่าซักวันผมจะได้พูดอะไรแบบนั้น
หวังว่า ม.ปลายรุ่นใหม่(โดยเฉพาะแถวๆนี้..หัวสีม่วงๆ)ที่ได้มาอ่าน จะไม่ซ้ำรอยผมนะครับ...
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อยากให้เชื่อมั่นในตัวเองไว้ก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ต้องแสดงออกมาก็ได้ถ้าต้องการ
ไม่ต้องกลัวโดนแซวว่าฟิต ไม่ต้องกลัวโดนกระแนะกระแหนว่าขยัน ไม่ต้องกลัวโดนจิกว่าซุ่ม
ให้เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองที่มี อย่าถามตัวเองแบบลอยๆว่าเก่งอะไร แต่ต้องถามตัวเองว่าอยากเก่งอะไร
ต่อจากนั้นก็ต่อยอดกันเอง แต่ละคนมีหนทางของตัวเอง จะเข้ามหาลัยไหน จะเรียนรามไปเลยก็ได้
เอกชนก็ไม่ได้เลวร้าย ทุนก็มีถมถืดไป จะไม่เรียนต่อทำงานเลยก็ไม่ได้เสียหาย อยู่ที่แต่ละคนเลือกเอง
แต่ต้องมั่นใจนะ
ไม่ได้มีเจตนาสั่งสอนใคร ผมกำลังสั่งสอนตัวเอง
สอนแล้วก็หัดจำซะมั่งสิ...ทำไมหัวดื้อแบบนี้นะ....แกเนี่ย